คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5306/2550

Rate this post

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5306/2550 โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ข้อมูลการออกแบบ สร้าง ประกอบ ติดตั้งระบบกรองน้ำ เครื่องกรองน้ำ และสารเคมีสำหรับปรับสภาพน้ำ ซึ่งมีข้อความเกี่ยวกับข้อมูลของบริษัทโจทก์ ข้อมูลผลิตภัณฑ์หรือสินค้า ตัวเลขแสดงประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์ และรูปภาพผลิตภัณฑ์ประกอบ โดยโจทก์เป็นผู้สร้างสรรค์ด้วยตนเองจากความรู้ ความสามารถ ความวิริยอุตสาหะ และประสบการณ์ในธุรกิจประเภทนี้มาคิดคำนวณออกแบบผลิตภัณฑ์จนสามารถใช้งานได้มีประสิทธิภาพสัมฤทธิผลได้ตามความต้องการของลูกค้า โดยมิได้ลอกเลียนมาจากผู้อื่น และโจทก์ได้แสดงออกซึ่งข้อมูลนั้นโดยนำมาลงในเว็บไซต์ของโจทก์เอง กับจัดพิมพ์เป็นเอกสารภาษาอังกฤษเป็นเล่มซึ่งประกอบด้วยแค็ตตาล๊อก โบรชัวร์ ประวัติความเป็นมาของบริษัทรายละเอียดคำอธิบายสินค้า และรูปภาพประกอบ โจทก์จึงย่อมได้ลิขสิทธิ์ในข้อมูลดังกล่าวซึ่งเป็นงานวรรณกรรม ทั้งนี้ไม่ว่าข้อมูลซึ่งเป็นงานวรรณกรรมนั้นจะมีคุณภาพหรือไม่ มีคุณค่าทางสุนทรียภาพ มีอรรถรส มีคนอ่านหรือไม่มีใครอ่านก็ยังถือเป็นงานที่มีลิขสิทธิ์ในเมื่องานนี้เป็นงานที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตัวโจทก์เองกรณีหาจำต้องมีอรรถรสหรือสุนทรีภาษาแต่อย่างใดไม่ งานข้อมูลการออกแบบ สร้าง ประกอบ ติดตั้งระบบกรองน้ำ เครื่องกรองน้ำ สารเคมีสำหรับปรับสภาพน้ำและรูปภาพประกอบ ในเว็บไซต์ของโจทก์จึงเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 4 และมาตรา 6 วรรคหนึ่งจำเลยทั้งสามละเมิดลิขสิทธิ์งานวรรณกรรมของโจทก์ โดยทำซ้ำ ดัดแปลงข้อมูล รูปภาพในเว็บไซต์และในเอกสารโฆษณาสินค้า การทำซ้ำ ดัดแปลงข้อมูลต่างๆ ของเครื่องกรองน้ำในเว็บไซต์ มิใช่เป็นการทำซ้ำ ดัดแปลงงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ แต่เป็นเพียงการทำซ้ำ ดัดแปลงข้อมูลต่างๆ ของเครื่องกรองน้ำซึ่งเป็นงานวรรณกรรมต่างหากจากงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ การกระทำของจำเลยทั้งสามจึงเป็นการกระทำละเมิดตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 27 และมาตรา 31 มิใช่ละเมิดงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 30 เมื่อปรากฏว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันละเมิดลิขสิทธิ์โจทก์โดยการนำข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องกรองน้ำของโจทก์ไปทำซ้ำเป็นรูปเล่มสินค้าเครื่องกรองน้ำออกเผยแพร่ให้ลูกค้าของจำเลยทั้งสาม คดีโจทก์จึงมีมูลเฉพาะการละเมิดลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ฯ มาตรา 27 และมาตรา 31 ส่วนงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 30 มิได้ถูกละเมิด จึงไม่มีมูล

วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกา

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5306/2550

ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537


1️⃣ ประเด็นสำคัญของคดี

คดีนี้มีคำถามหลัก 2 ประเด็น

  1. ข้อมูลเชิงเทคนิคในเว็บไซต์และเอกสารโฆษณา ถือเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือไม่
  2. การคัดลอกข้อมูลจากเว็บไซต์ เป็นการละเมิด “งานวรรณกรรม” หรือ “โปรแกรมคอมพิวเตอร์”

ศาลฎีกาได้วางหลักที่สำคัญมากสำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล


2️⃣ ข้อเท็จจริงโดยสรุป

โจทก์ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับ

  • การออกแบบและติดตั้งระบบกรองน้ำ
  • เครื่องกรองน้ำ
  • สารเคมีปรับสภาพน้ำ

โจทก์ได้

  • คิดคำนวณออกแบบระบบเอง
  • เรียบเรียงข้อมูลสินค้า
  • จัดทำเว็บไซต์
  • จัดทำแคตตาล็อก โบรชัวร์ และเอกสารภาษาอังกฤษ

ข้อมูลดังกล่าวประกอบด้วย

  • รายละเอียดบริษัท
  • คำอธิบายสินค้า
  • ตัวเลขประสิทธิภาพ
  • รูปภาพผลิตภัณฑ์

จำเลยนำข้อมูลเหล่านี้ไปทำซ้ำในเว็บไซต์และเอกสารสินค้า


3️⃣ ประเด็นที่หนึ่ง

“ข้อมูลสินค้า” เป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หรือไม่

ศาลวินิจฉัยว่า

แม้ข้อมูลดังกล่าวจะเป็นเพียง

  • ข้อมูลเชิงเทคนิค
  • ตัวเลขประสิทธิภาพ
  • คำอธิบายผลิตภัณฑ์

แต่เมื่อ

✔ โจทก์เป็นผู้คิดคำนวณ
✔ ออกแบบ
✔ เรียบเรียง
✔ จัดระบบข้อมูล

โดยใช้ความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของตนเอง
และไม่ได้ลอกเลียนผู้อื่น

จึงถือว่าเป็น

งานวรรณกรรม

ตามมาตรา 4 และมาตรา 6 วรรคหนึ่ง


หลักสำคัญที่ศาลวางไว้

งานลิขสิทธิ์ “ไม่จำเป็นต้องมีความไพเราะหรือสุนทรียภาพ”

กล่าวคือ

  • ไม่ต้องเป็นงานศิลป์
  • ไม่ต้องมีอรรถรส
  • ไม่ต้องมีคนอ่านจำนวนมาก

เพียงแต่เป็นงานที่ “สร้างสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง”

ก็เพียงพอ

หลักนี้สะท้อนแนวคิดว่า

กฎหมายลิขสิทธิ์คุ้มครอง “ความพยายามในการสร้างสรรค์”
ไม่ใช่ “คุณค่าทางศิลปะ”


4️⃣ ประเด็นที่สอง

ละเมิดงานวรรณกรรม หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์?

จำเลยอาจโต้แย้งว่า
เป็นเรื่องเกี่ยวกับเว็บไซต์ จึงน่าจะเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์

ศาลแยกให้ชัดว่า

การกระทำของจำเลยคือ

✔ คัดลอก “ข้อมูล”
✔ คัดลอก “ข้อความ”
✔ คัดลอก “รูปภาพ”

ไม่ได้คัดลอก

  • Source code
  • ระบบโปรแกรม
  • โครงสร้างซอฟต์แวร์

ดังนั้น

การละเมิดจึงเป็นการละเมิด “งานวรรณกรรม”
ไม่ใช่งานโปรแกรมคอมพิวเตอร์


5️⃣ บทกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการละเมิดตาม

  • มาตรา 27 (การทำซ้ำ)
  • มาตรา 31 (การเผยแพร่ต่อสาธารณชน)

ของ พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

แต่

ไม่เข้าองค์ประกอบมาตรา 30
ซึ่งเกี่ยวกับงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์


6️⃣ หลักกฎหมายสำคัญจากฎีกานี้

หลักที่ 1

ข้อมูลเชิงเทคนิคมีลิขสิทธิ์ได้

หากเกิดจากการ

  • คิดคำนวณ
  • ออกแบบ
  • เรียบเรียงด้วยตนเอง

หลักที่ 2

ลิขสิทธิ์ไม่ต้องมีความสวยงาม

งานโฆษณา
แคตตาล็อก
ข้อมูลสินค้า

ล้วนมีลิขสิทธิ์ได้


หลักที่ 3

เว็บไซต์ประกอบด้วย “หลายประเภทงาน”

ต้องแยกให้ชัดว่าอะไรคือ

  • โปรแกรม
  • ข้อมูล
  • รูปภาพ
  • งานกราฟิก

การละเมิดต้องวินิจฉัยให้ตรงประเภท


หลักที่ 4

การคัดลอกเนื้อหาสินค้าไปทำโบรชัวร์

เป็นการทำซ้ำและเผยแพร่
แม้จะเปลี่ยนรูปแบบจากเว็บไซต์เป็นเอกสารสิ่งพิมพ์


7️⃣ ความสำคัญเชิงธุรกิจ

ฎีกานี้มีผลโดยตรงกับ

  • ธุรกิจที่ทำเว็บไซต์
  • บริษัทเทคโนโลยี
  • ผู้ผลิตสินค้าอุตสาหกรรม

เพราะศาลรับรองว่า

“ข้อมูลผลิตภัณฑ์” มีลิขสิทธิ์ได้

จึงไม่ใช่เรื่องเล็ก

การคัดลอกหน้าเว็บสินค้า
หรือคัดลอกคำอธิบายไปใช้
ถือเป็นการละเมิด


8️⃣ เปรียบเทียบเชิงหลักการ

หากเทียบกับแนวคำพิพากษาก่อนหน้า เช่น
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 973/2551

จะเห็นความต่างชัดเจนว่า

  • คดี 973/2551 → ตัวบทกฎหมายไม่มีลิขสิทธิ์
  • คดี 5306/2550 → ข้อมูลที่เอกชนสร้างเองมีลิขสิทธิ์

จุดแบ่งอยู่ที่

“เป็นความรู้สาธารณะ”
หรือ
“เป็นผลงานที่เกิดจากความพยายามเฉพาะของผู้สร้าง”


9️⃣ สรุปคำพิพากษา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

1️⃣ ข้อมูลการออกแบบและคำอธิบายสินค้าในเว็บไซต์และเอกสาร
เป็นงานวรรณกรรมที่มีลิขสิทธิ์

2️⃣ การนำข้อมูลดังกล่าวไปทำซ้ำและเผยแพร่
เป็นการละเมิดตามมาตรา 27 และ 31

3️⃣ ไม่ใช่การละเมิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์ตามมาตรา 30


🔎 สรุปสั้นที่สุดของฎีกานี้

ข้อมูลสินค้าในเว็บไซต์มีลิขสิทธิ์ได้
การคัดลอกข้อความและรูปภาพไปใช้ในเชิงพาณิชย์
คือการละเมิดงานวรรณกรรม
ไม่ใช่การละเมิดโปรแกรมคอมพิวเตอร์


Leave a Comment