สิทธิหักลดหย่อนบุตรของคู่สมรส แม้ไม่ใช่บุตรของตนโดยตรง

Rate this post

วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2543

ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หนึ่งในประเด็นที่เกิดข้อสงสัยบ่อยคือ สิทธิการหักลดหย่อนบุตร โดยเฉพาะในกรณีที่เป็นครอบครัวที่มีบุตรติดมาจากการสมรสครั้งก่อน คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2543 ได้วางหลักสำคัญเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ ซึ่งมีผลต่อการตีความกฎหมายภาษีอย่างมาก


1. หลักกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ประมวลรัษฎากรได้กำหนดสิทธิหักลดหย่อนบุตรไว้ในหลายมาตรา ได้แก่

  • มาตรา 47 กำหนดให้ผู้มีเงินได้สามารถหักลดหย่อนบุตรจากเงินได้พึงประเมินได้ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด
  • มาตรา 57 เบญจ วรรคสอง (2) กำหนดว่า
    หากสามีและภริยาต่างฝ่ายต่างมีเงินได้ และยื่นแบบแสดงรายการแยกกัน
    ให้ ทั้งสองฝ่ายมีสิทธิหักลดหย่อนบุตรคนละกึ่งหนึ่ง

หลักกฎหมายดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อ บรรเทาภาระภาษีให้แก่ครอบครัว ที่มีภาระเลี้ยงดูบุตร


2. ข้อเท็จจริงในคดี

ในคดีนี้

  • โจทก์และภริยา (อ.) เป็น คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ทั้งสองฝ่าย ต่างมีเงินได้
  • ภริยาได้ยื่นแบบภาษี ภ.ง.ด. 91 สำหรับเงินได้ตาม มาตรา 40(1) (เงินเดือน)
  • บุตรทั้งสามคน เป็นบุตรที่เกิดจากภริยาเดิมของโจทก์

ประเด็นข้อพิพาทคือ
ภริยาคนปัจจุบันของโจทก์จะสามารถนำบุตรของสามี (ที่เกิดจากภริยาเดิม) มาหักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่


3. ปัญหาข้อกฎหมาย

ประเด็นสำคัญที่ศาลต้องวินิจฉัยคือ

ผู้มีเงินได้สามารถนำ บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยา
มาหักลดหย่อนภาษีได้หรือไม่

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
บุตรเลี้ยง (stepchild) ในทางภาษี สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนได้หรือไม่


4. คำวินิจฉัยของศาลฎีกา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

ผู้มีเงินได้ สามารถนำบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยา มาหักลดหย่อนภาษีได้

เหตุผลสำคัญคือ

  • กฎหมายมีเจตนารมณ์เพื่อ บรรเทาภาระภาษีของครอบครัว
  • สามีภริยาที่อยู่ร่วมกันถือเป็น ครอบครัวเดียวกัน
  • ภาระการเลี้ยงดูบุตรย่อมตกอยู่กับครอบครัวโดยรวม

ดังนั้น แม้บุตรจะเกิดจากภริยาเดิมของสามี
แต่เมื่อสามีภริยาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว
ภริยาคนปัจจุบันก็ถือว่ามีภาระในการเลี้ยงดูบุตรเหล่านั้นเช่นกัน


5. ผลของคำพิพากษา

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า

  • โจทก์และภริยาเป็น คู่สมรสโดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ต่างฝ่ายต่างมีเงินได้
  • จึงมีสิทธิหักลดหย่อนบุตรทั้งสามคน

โดยให้

สามีและภริยาหักลดหย่อนได้คนละกึ่งหนึ่ง

ตามหลักของมาตรา 57 เบญจ


6. หลักกฎหมายที่ได้จากคำพิพากษานี้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2543 ได้วางหลักสำคัญว่า

  1. บุตรของสามีหรือภริยา แม้จะเกิดจากการสมรสครั้งก่อน
    สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้
  2. กฎหมายภาษีมุ่งคุ้มครอง ภาระของครอบครัวโดยรวม
  3. หากสามีภริยามีเงินได้และยื่นแบบแยกกัน
    สิทธิหักลดหย่อนบุตรให้แบ่งกันคนละครึ่ง

7. ตัวอย่างในทางปฏิบัติ

ตัวอย่างเช่น

  • นาย ก มีบุตร 2 คนจากภรรยาเดิม
  • ต่อมาสมรสกับ นาง ข
  • ทั้งสองคนมีเงินได้และยื่นภาษีแยกกัน

ในกรณีนี้

ทั้งนาย ก และ นาง ข สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนบุตรได้

โดย

  • นาย ก หักลดหย่อน 1 คน
  • นาง ข หักลดหย่อน 1 คน
    (หรือแบ่งครึ่งตามจำนวนที่กฎหมายกำหนด)

สรุป

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 368/2543 สะท้อนหลักสำคัญของกฎหมายภาษีว่า

การหักลดหย่อนบุตรไม่ได้มุ่งพิจารณาเฉพาะความเป็นบิดามารดาโดยสายเลือด
แต่คำนึงถึง ภาระการเลี้ยงดูของครอบครัว

ดังนั้น บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของสามีหรือภริยา แม้จะเกิดจากการสมรสครั้งก่อน ก็สามารถนำมาหักลดหย่อนภาษีได้ และหากสามีภริยามีเงินได้แยกกัน ก็มีสิทธิหักลดหย่อนบุตร คนละกึ่งหนึ่ง

ซึ่งเป็นแนววินิจฉัยที่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการ ลดภาระภาษีให้แก่ครอบครัวผู้มีภาระเลี้ยงดูบุตร


Leave a Comment