ริบรถของกลาง! ฎีกาที่ 719/2568 นัดรับคนต่างด้าวแนวชายแดน ศาลชี้ใช้รถกระทำความผิดโดยตรง

Rate this post

บทสรุปย่อ (Quick Summary)
จอดรถรอรับคนต่างด้าวที่เพิ่งข้ามช่องทางธรรมชาติ แล้วพาส่งต่อทันที ถือเป็นการวางแผนนัดหมายล่วงหน้า รถยนต์ที่ใช้จึงไม่ใช่แค่พาหนะทั่วไป แต่เป็น “เครื่องมือ” ในการทำความผิดโดยตรง ศาลสั่งริบเพื่อป้องกันการทำผิดซ้ำ!

ข้อเท็จจริงโดยย่อ
จำเลยได้ขับรถยนต์เก๋งไปจอดรออยู่บนดอยผาหมี ซึ่งเป็นพื้นที่ตะเข็บชายแดนไทย-เมียนมา เมื่อมีคนต่างด้าวเดินลัดเลาะผ่านช่องทางธรรมชาติเข้ามา จำเลยก็รับขึ้นรถแล้วออกรถหนีไปทันที พฤติกรรมนี้สะท้อนว่ามีการนัดแนะวางแผนกันมาอย่างดี และใช้รถยนต์เพื่ออำพรางตัวให้ดูเหมือนการโดยสารรถปกติเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

ประเด็นที่ศาลวินิจฉัย
รถยนต์เก๋งที่ใช้รับคนต่างด้าวในลักษณะนี้ ถือเป็น “ทรัพย์สินที่ได้ใช้ในการกระทำความผิด” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 33 (1) ที่ศาลมีอำนาจสั่งริบได้หรือไม่?

ความเห็นของศาลและการตีความ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พฤติการณ์ของจำเลยไม่ใช่การใช้รถยนต์เพื่อการสัญจรตามปกติ แต่เป็นการตั้งใจใช้เป็น “เครื่องมือหลัก” ในการกระทำความผิด โดยมีรายละเอียดที่สำคัญคือ:

การนัดหมาย: มีการวางแผนไว้ก่อนแล้วว่าจะมารับที่จุดไหน เวลาใด

การอำพราง: ใช้รถเก๋งส่วนบุคคลเพื่อให้การกระทำดูแนบเนียนเหมือนรถโดยสารทั่วไป เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ

เจตนาการริบทรัพย์: เพื่อไม่ให้จำเลยนำรถคันเดิมกลับไปใช้ก่อเหตุในลักษณะเดิมได้อีก และเป็นการลงโทษให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่นที่คิดจะทำผิดกฎหมายในลักษณะนี้

มาตรา 33 (1) บัญญัติว่า ในการพิพากษาลงโทษผู้ใด ศาลมีอำนาจสั่งให้ริบทรัพย์สินดังต่อไปนี้ (1) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพื่อใช้ในการกระทำความผิด…

คำแนะนำจากทนายเอ๊กซ์ (Legal Tip)
“จำไว้นะครับว่า ‘การริบทรัพย์’ ในคดีอาญาไม่ได้ดูแค่ว่ารถนั้นเป็นของใคร หรือผิดกฎหมายในตัวเองไหม (เหมือนปืนเถื่อน) แต่ศาลจะดูที่ ‘เจตนาการใช้งาน’ ครับ หากพิสูจน์ได้ว่ารถคันนั้นถูกนำมาจัดหา/เตรียมการเพื่อใช้ทำผิดโดยเฉพาะ ต่อให้เป็นรถถูกกฎหมาย ศาลก็สั่งริบให้ตกเป็นของแผ่นดินได้ทันที ใครที่ปล่อยเช่ารถหรือรับฝากรถต้องตรวจสอบประวัติผู้เช่าให้ดีก่อนเสมอนะครับ!”

Leave a Comment