บทสรุปย่อ (Quick Summary)
การแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาต้องส่งหมายไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักงานทนายความก่อนเป็นอันดับแรก การข้ามขั้นตอนไปปิดประกาศหน้าศาลทันทีถือเป็นกระบวนพิจารณาที่ไม่ชอบ ส่งผลให้ระยะเวลาอุทธรณ์ยังไม่เริ่มนับจนกว่าจะมีการอ่านคำพิพากษาให้ฟังอย่างถูกต้อง
ข้อเท็จจริงโดยย่อ
ในคดีนี้ ศาลชั้นต้นต้องการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ทางฝั่งผู้คัดค้านทราบ แต่แทนที่จะส่งหมายนัดไปยังที่อยู่หรือสำนักงานทนายความตามขั้นตอนปกติ (การส่งโดยวิธีธรรมดา) ศาลกลับเลือกใช้วิธี “ปิดประกาศไว้ที่หน้าศาล” เพียงอย่างเดียว เมื่อถึงวันนัดผู้คัดค้านจึงไม่ได้มาฟังคำพิพากษา และกลายเป็นประเด็นว่าผู้คัดค้านทราบวันนัดโดยชอบแล้วหรือไม่ เพราะมีผลโดยตรงต่อการนับระยะเวลายื่นอุทธรณ์
ประเด็นที่ศาลวินิจฉัย
การส่งหมายนัดฟังคำพิพากษาโดยวิธีปิดประกาศหน้าศาล โดยไม่ส่งวิธีธรรมดาก่อน ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่?
หากการส่งหมายไม่ชอบ จะเริ่มนับระยะเวลาอุทธรณ์ได้เมื่อใด?
ความเห็นของศาลและการตีความ
ศาลฎีกาได้วางหลักเกณฑ์เพื่อคุ้มครองสิทธิของคู่ความไว้อย่างชัดเจนว่า ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74 การส่งหมายต้องเริ่มจากการส่งให้ถึงมือ ณ ภูมิลำเนาหรือที่ทำงานก่อนเป็นหลัก การที่ศาลชั้นต้นข้ามขั้นตอนไปใช้วิธีปิดประกาศตามมาตรา 79 โดยไม่มีเหตุอันสมควรหรือยังไม่ได้พยายามส่งวิธีธรรมดาเสียก่อนนั้น ถือเป็นการกระทำที่ผิดลำดับกฎหมาย
ผลทางกฎหมายที่ตามมา:
กระบวนพิจารณาเสียไป: การแจ้งนัดที่ไม่ชอบส่งผลให้ขั้นตอนหลังจากนั้น (การอ่านคำพิพากษาลับหลัง) ไม่ผูกพันผู้คัดค้าน
เวลายังไม่เดิน: เมื่อถือว่าผู้คัดค้านยังไม่ทราบวันนัดโดยชอบ ระยะเวลาในการยื่นอุทธรณ์ (ปกติ 1 เดือน) จึงยังไม่เริ่มนับ
ทางแก้: ศาลอุทธรณ์มีอำนาจสั่งยกคำสั่งศาลชั้นต้น และให้ศาลชั้นต้นไปเริ่มนัดฟังคำพิพากษาใหม่ให้ถูกต้อง เพื่อให้สิทธิในการต่อสู้คดีของคู่ความได้รับความยุติธรรมอย่างเต็มที่
คำแนะนำจากทนายเอ๊กซ์ (Legal Tip)
“ประสบการณ์ 25 ปีของผมบอกว่า ‘เรื่องระยะเวลา’ คือหัวใจของคดีความครับ หากคุณรู้สึกว่าตัวเองเสียสิทธิเพราะไม่ได้รับหมายเรียก หรือศาลตัดสินไปโดยที่คุณไม่รู้เรื่อง อย่าเพิ่งตกใจครับ กฎหมายมีทางออกเสมอ หากศาลส่งหมายผิดขั้นตอนเหมือนฎีกานี้ เราสามารถยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาที่ผิดระเบียบได้ เพื่อขอเปิดโอกาสในการยื่นอุทธรณ์สู้คดีใหม่อีกครั้ง”