บทสรุปย่อ (Quick Summary)
ศาลฎีกาวางหลักชัด: การขายที่ดินของเด็ก (ผู้เยาว์) พ่อแม่จะตกลงขายเองหรือเซ็นชื่อร่วมกับลูกไม่ได้ หากศาลไม่สั่งอนุญาต สัญญานั้นไม่มีผลผูกพันเด็ก และเด็กก็ให้สัตยาบันภายหลังไม่ได้ ส่วนการส่งหมายนัดผิดสำนักงานทนาย ถือว่ายังไม่ได้อ่านคำพิพากษาให้ฟัง
ข้อเท็จจริงโดยย่อ: เมื่อพ่อแม่พาลูกไปเซ็นจะขายที่ดิน
จำเลยที่ 2 (แม่) และจำเลยที่ 3 (ลูกซึ่งยังเป็นผู้เยาว์) ทำสัญญาจะซื้อจะขายที่ดินให้แก่โจทก์ โดยลูกเซ็นชื่อพร้อมกับแม่ซึ่งเป็นผู้แทนโดยชอบธรรม ต่อมาลูกบรรลุนิติภาวะ (สมรส) แต่ไม่ยอมโอนที่ดินให้ โจทก์จึงฟ้องบังคับให้โอนตามสัญญา โดยอ้างว่าแม่ให้ความยินยอมแล้วและลูกให้สัตยาบันภายหลังแล้ว
ประเด็นที่ศาลวินิจฉัย
สัญญาจะซื้อจะขายที่ดินของผู้เยาว์ที่พ่อแม่ยินยอมแต่ศาลไม่อนุญาต มีผลอย่างไร?
ศาลชี้: ตามกฎหมาย (ป.พ.พ. มาตรา 1574) การขายที่ดินผู้เยาว์ต้องได้รับอนุญาตจากศาลเท่านั้น การที่พ่อแม่พาลูกไปเซ็นชื่อเองถือเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย สัญญานี้จึง “ไม่มีผลผูกพัน” ผู้เยาว์มาตั้งแต่ต้น (ไม่ใช่แค่โมฆียะที่บอกล้างได้ แต่คือไม่มีผลเลย)
เมื่อลูกโตขึ้น (บรรลุนิติภาวะ) จะให้สัตยาบันรับรองสัญญาเดิมได้หรือไม่?
ศาลชี้: เมื่อสัญญาเดิมไม่มีผลผูกพันแต่แรก จึงไม่สามารถให้สัตยาบันได้
ถ้าสัญญาของลูกไม่สมบูรณ์ แล้วสัญญาในส่วนของแม่ล่ะ?
ศาลชี้: สัญญาส่วนของแม่ (จำเลยที่ 2) ยังสมบูรณ์ แม่ต้องโอนที่ดินเฉพาะส่วนของตนให้โจทก์
ประเด็นเรื่องการส่งหมายนัดฟังคำพิพากษา
ศาลชี้: ทนายแจ้งย้ายสำนักงานแล้ว แต่ศาลส่งหมายไปที่เดิมจนมีการปิดหมาย ถือว่าโจทก์ยังไม่ทราบวันนัด ระยะเวลาอุทธรณ์/ฎีกา จึงเริ่มนับตั้งแต่วันที่โจทก์ทราบผลคำพิพากษาจริง
ความเห็นของศาลและการตีความ: “กฎหมายคุ้มครองทรัพย์สินเด็ก”
เจตนารมณ์ของกฎหมายต้องการให้ศาลเป็น “ผู้กลั่นกรอง” ว่าการขายที่ดินของเด็กนั้นเป็นไปเพื่อประโยชน์ของเด็กจริงๆ หรือไม่ ดังนั้นแม้พ่อแม่จะเซ็นชื่อด้วย หรือเด็กจะเต็มใจเซ็นเอง ก็ไม่สามารถแทนที่ “คำสั่งศาล” ได้ สัญญาในส่วนของเด็กจึงเป็นศูนย์ แต่ในส่วนของผู้ใหญ่ที่ร่วมทำสัญญายังต้องรับผิดชอบตามส่วนของตน
คำแนะนำจากทนายเอ๊กซ์ (Legal Tip)
“จำไว้เลยครับนักลงทุนที่ชอบซื้อที่ดินจากมรดกเด็ก! อย่าเชื่อแค่ว่า ‘พ่อแม่เขาเซ็นชื่อมาให้แล้ว’ เพราะถ้าไม่มีคำสั่งศาลอนุญาตให้ขายที่ดินของผู้เยาว์แนบมาด้วย สัญญานั้นใช้บังคับกับเด็กไม่ได้เลยครับ คุณอาจจะได้ที่ดินมาแค่ครึ่งเดียว (ส่วนของพ่อแม่) แต่ในส่วนของลูกคุณจะบังคับไม่ได้ และอาจต้องเสียเวลาฟ้องร้องเรียกเงินคืนกันวุ่นวายครับ”