บทสรุปย่อ (Quick Summary)
ศาลฎีกาวินิจฉัย: เมื่อโรงสีสีข้าวเสร็จเป็นข้าวสารแล้ว (ทรัพย์เฉพาะสิ่ง) แต่เกิดไฟไหม้โดยไม่ใช่ความผิดของโรงสี ถือเป็น “การชำระหนี้พ้นวิสัย” โรงสีไม่ต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าข้าวสาร เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าโรงสีผิดนัดส่งมอบก่อนเกิดเหตุ
ข้อเท็จจริงโดยย่อ
โจทก์ส่งข้าวเปลือกให้จำเลย (โรงสี) สีเป็นข้าวสาร โดยมีค่าตอบแทนเป็นปลายข้าวและรำข้าว (สัญญาต่างตอบแทน) ต่อมาเกิดไฟไหม้โรงสีทำให้ข้าวสารของโจทก์เสียหายทั้งหมด โดยไม่ปรากฏว่าใครเป็นคนวางเพลิงหรือเกิดจากความประมาทของใคร โจทก์จึงฟ้องให้โรงสีชดใช้ค่าข้าวสาร
ประเด็นที่ศาลวินิจฉัย
เมื่อไฟไหม้ข้าวสาร ใครต้องรับภาระความเสี่ยง?
ศาลชี้: ข้าวสารที่สีเสร็จแล้วถือเป็น “ทรัพย์เฉพาะสิ่ง” เมื่อไฟไหม้โดยไม่ใช่ความผิดของจำเลย การส่งมอบจึงกลายเป็นพ้นวิสัยตาม ป.พ.พ. มาตรา 219 วรรคหนึ่ง จำเลยจึงหลุดพ้นจากการชำระหนี้ (ไม่ต้องชดใช้)
จำเลยผิดนัดส่งมอบข้าวสารก่อนไฟไหม้หรือไม่?
ศาลชี้: โจทก์ไม่ได้กำหนดเวลาส่งมอบชัดเจน และต้องรอคำสั่งจากโจทก์ว่าจะให้ส่งเท่าใด เมื่อโจทก์ยังไม่สั่งและยังไม่ทวงถาม จำเลยจึงยังไม่ผิดนัด (ตาม ป.พ.พ. มาตรา 217)
ความเห็นของศาลและการตีความ: “หนี้ดับเพราะเหตุสุดวิสัย”
ในทางกฎหมาย เมื่อทรัพย์ที่จะต้องส่งมอบ (ข้าวสารที่สีเสร็จแล้ว) ถูกทำลายไปโดยพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ (โรงสี) ไม่ต้องรับผิดชอบ และลูกหนี้ยังไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้ ลูกหนี้ย่อมหลุดพ้นจากการชำระหนี้นั้นทันที โจทก์จะมาฟ้องให้รับผิดชอบไม่ได้เพราะไม่ใช่ความผิดของเขา
คำแนะนำจากทนายเอ๊กซ์ (Legal Tip)
“เคสนี้สอนให้รู้ว่า ‘การนิ่งเฉยคือความเสี่ยง’ ครับ ถ้าคุณเป็นฝ่ายจ้างทำของหรือฝากทรัพย์ เมื่อของเสร็จแล้วควรเรียกให้ส่งมอบทันทีหรือทำกำหนดเวลาไว้ให้ชัดเจน เพราะถ้าคุณยังไม่เรียกเอาของ แล้วเกิดเหตุไม่คาดฝันอย่างไฟไหม้หรือน้ำท่วมขึ้นมา กฎหมายจะมองว่าลูกหนี้ยังไม่ผิดนัด และคุณอาจต้องแบกรับความเสียหายนั้นไว้เองฝ่ายเดียวครับ”