พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534

Rate this post

ความรู้กฎหมาย: พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534

กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายสำคัญที่ใช้กำกับ การรับขนสินค้าทางเรือทะเล โดยเฉพาะในกรณีที่มีการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ส่งสินค้า ผู้รับสินค้า และผู้รับขนของทางทะเล เพื่อกำหนดสิทธิ หน้าที่ และความรับผิดของแต่ละฝ่ายให้ชัดเจน

กฎหมายดังกล่าวมีพื้นฐานแนวคิดสอดคล้องกับหลักกฎหมายสากลด้านการขนส่งทางทะเล เช่น หลักการใน Hague Rules และ Hague-Visby Rules ที่หลายประเทศใช้เป็นมาตรฐาน


ความหมายของการรับขนของทางทะเล

การรับขนของทางทะเล หมายถึง

การที่ผู้รับขนตกลงรับขนสินค้าโดยเรือ จากท่าเรือหนึ่งไปยังอีกท่าเรือหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งภายในประเทศหรือระหว่างประเทศ

บุคคลสำคัญในสัญญารับขน ได้แก่

  • ผู้ส่งของ (Shipper) – ผู้ที่ส่งสินค้าให้ผู้รับขน
  • ผู้รับขน (Carrier) – ผู้ประกอบกิจการขนส่งทางทะเล
  • ผู้รับของ (Consignee) – ผู้ที่มีสิทธิรับสินค้าเมื่อถึงปลายทาง

ใบตราส่งสินค้า (Bill of Lading)

เอกสารสำคัญที่สุดในระบบการขนส่งทางทะเลคือ ใบตราส่งสินค้า หรือ Bill of Lading (B/L)

ใบตราส่งสินค้ามีหน้าที่สำคัญ 3 ประการ คือ

1️⃣ เป็นหลักฐานแห่งสัญญารับขน
2️⃣ เป็นใบรับสินค้าว่าผู้รับขนได้รับสินค้าแล้ว
3️⃣ เป็นเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ในสินค้า

ผู้ถือใบตราส่งสินค้าจึงมีสิทธิรับสินค้าจากผู้รับขนเมื่อเรือถึงท่า


หน้าที่ของผู้รับขน

กฎหมายกำหนดให้ผู้รับขนต้องดำเนินการด้วย ความระมัดระวังอย่างเหมาะสม เช่น

  • จัดให้เรืออยู่ในสภาพพร้อมเดินเรือ
  • จัดเตรียมห้องบรรทุกสินค้าให้เหมาะสม
  • ดูแลรักษาสินค้าระหว่างการขนส่ง

หากผู้รับขนละเลยหน้าที่ดังกล่าวจนทำให้สินค้าเสียหาย อาจต้องรับผิดตามกฎหมาย


ความรับผิดของผู้รับขน

ผู้รับขนต้องรับผิดในกรณี

  • สินค้าสูญหาย
  • สินค้าเสียหาย
  • สินค้าส่งมอบล่าช้า

อย่างไรก็ตาม กฎหมายกำหนด ข้อยกเว้นความรับผิด เช่น

  • ภัยธรรมชาติ
  • อันตรายในทะเล
  • สงคราม
  • การกระทำของผู้ส่งสินค้า

หากพิสูจน์ได้ว่าเหตุเสียหายเกิดจากปัจจัยเหล่านี้ ผู้รับขนอาจไม่ต้องรับผิด


ข้อจำกัดความรับผิดของผู้รับขน

กฎหมายกำหนดเพดานความรับผิดของผู้รับขน เพื่อป้องกันไม่ให้ความเสี่ยงทางธุรกิจสูงเกินไป

โดยปกติความรับผิดจะจำกัดตาม

  • จำนวนเงินต่อ หนึ่งหน่วยสินค้า หรือ
  • น้ำหนักของสินค้า

เว้นแต่ผู้ส่งสินค้าจะได้ แจ้งมูลค่าสินค้าไว้ล่วงหน้า ในใบตราส่งสินค้า


อายุความในการฟ้องคดี

กฎหมายกำหนดว่า

การฟ้องร้องเกี่ยวกับความเสียหายจากการรับขนของทางทะเล ต้องดำเนินการภายใน 1 ปี นับแต่วันที่ส่งมอบสินค้า หรือวันที่ควรส่งมอบสินค้า

หากพ้นกำหนดดังกล่าว สิทธิเรียกร้องจะขาดอายุความ


ความสำคัญของกฎหมายฉบับนี้

พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเลมีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศของไทย เพราะ

  • รองรับการค้าระหว่างประเทศที่ใช้การขนส่งทางเรือ
  • สร้างมาตรฐานเดียวกับกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ
  • คุ้มครองทั้งผู้ส่งสินค้าและผู้รับขน
  • เพิ่มความมั่นใจในระบบโลจิสติกส์ทางทะเล

เนื่องจากการค้าระหว่างประเทศส่วนใหญ่ของโลกยังคงใช้ การขนส่งทางทะเลเป็นหลัก


สรุป

พระราชบัญญัติการรับขนของทางทะเล พ.ศ. 2534 เป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับสัญญาการรับขนสินค้าโดยเรือทะเล โดยกำหนด

  • สิทธิและหน้าที่ของผู้ส่งสินค้า ผู้รับขน และผู้รับสินค้า
  • หลักเกณฑ์เกี่ยวกับใบตราส่งสินค้า
  • ความรับผิดและข้อจำกัดความรับผิดของผู้รับขน
  • อายุความในการฟ้องร้อง

กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นกลไกสำคัญในการรองรับการค้าระหว่างประเทศและระบบโลจิสติกส์ทางทะเลของประเทศไทย


Leave a Comment