กฎหมายภาษีอากรของไทยไม่ได้มีเพียงฉบับเดียว แต่เป็นกลุ่มของกฎหมายหลายฉบับที่แบ่งตามประเภทของภาษีและหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดเก็บ โดยสามารถแบ่งออกเป็นกลุ่มหลักๆ ได้ดังนี้ครับ:
1. กฎหมายที่จัดเก็บโดย “กรมสรรพากร”
นี่คือกลุ่มกฎหมายภาษีหลักที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและธุรกิจมากที่สุด โดยมีกฎหมายแม่บทคือ “ประมวลรัษฎากร” ซึ่งครอบคลุมภาษี 5 ประเภทหลัก:
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (PIT): จัดเก็บจากบุคคลทั่วไปที่มีเงินได้ตามเกณฑ์
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT): จัดเก็บจากบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): จัดเก็บจากการขายสินค้าหรือการให้บริการ (ปัจจุบันจัดเก็บที่ 7%)
- ภาษีธุรกิจเฉพาะ (SBT): จัดเก็บจากกิจการบางประเภทที่ไม่ได้อยู่ในระบบ VAT เช่น ธนาคาร โรงรับจำนำ ประกันชีวิต และการขายอสังหาริมทรัพย์
- อากรแสตมป์: จัดเก็บจากการทำตราสารต่างๆ (เช่น สัญญาเช่า สัญญากู้ยืมเงิน สัญญาจ้างทำของ)
นอกจากประมวลรัษฎากรแล้ว กรมสรรพากรยังดูแล พ.ร.บ. ภาษีการรับมรดก พ.ศ. 2558 อีกด้วย
2. กฎหมายที่จัดเก็บโดย “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” (อปท.)
ภาษีกลุ่มนี้รายได้จะเข้าสู่ท้องถิ่น (เช่น อบต., เทศบาล, กทม., เมืองพัทยา) เพื่อนำไปพัฒนาพื้นที่โดยตรง ได้แก่:
- พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562: จัดเก็บจากเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (มาแทนที่ พ.ร.บ. ภาษีโรงเรือนและที่ดิน และ พ.ร.บ. ภาษีบำรุงท้องที่ เดิม)
- พ.ร.บ. ภาษีป้าย พ.ศ. 2510: จัดเก็บจากป้ายแสดงชื่อ ยี่ห้อ หรือเครื่องหมายที่ใช้ในการประกอบการค้าหรือประกอบกิจการเพื่อหารายได้
3. กฎหมายที่จัดเก็บโดย “กรมศุลกากร”
เกี่ยวข้องกับการนำเข้าและส่งออกสินค้าข้ามพรมแดน ได้แก่:
- พ.ร.บ. ศุลกากร พ.ศ. 2560: กฎหมายหลักว่าด้วยการนำเข้า ส่งออก การลักลอบหนีศุลกากร และพิธีการต่างๆ
- พ.ร.ก. พิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. 2530: กำหนดอัตราภาษีสำหรับสินค้าแต่ละประเภท (HS Code)
4. กฎหมายที่จัดเก็บโดย “กรมสรรพสามิต”
จัดเก็บภาษีจากสินค้าและบริการบางประเภทที่มีเหตุผลเฉพาะในการควบคุมการบริโภค เช่น สินค้าฟุ่มเฟือย สินค้าที่กระทบต่อสุขภาพ หรือสินค้าที่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม กฎหมายหลักคือ:
- พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560: ครอบคลุมการจัดเก็บภาษี เช่น สุรา ยาสูบ ไพ่ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ น้ำมัน แบตเตอรี่ เครื่องดื่มที่มีน้ำตาล ฯลฯ
ข้อสังเกตที่สำคัญทางกฎหมาย (กฎหมายลำดับรอง):
ในการใช้กฎหมายภาษีอากร แค่ตัว พ.ร.บ. หรือ ประมวลรัษฎากร มักจะไม่เพียงพอต่อการตีความครับ เพราะรายละเอียดการปฏิบัติ ข้อยกเว้น หรือการลดหย่อนต่างๆ จะถูกกำหนดไว้ในกฎหมายลำดับรองและแนวทางปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย:
- พระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.): มักใช้กำหนดข้อยกเว้น หรือลดอัตราภาษี
- กฎกระทรวง: กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขต่างๆ
- ประกาศ / คำสั่ง / ระเบียบ ของกรมสรรพากร: (เช่น ประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- ข้อหารือกรมสรรพากร และ คำพิพากษาศาลฎีกา (แผนกคดีภาษีอากร): ใช้เป็นบรรทัดฐานในการตีความข้อกฎหมายที่คลุมเครือ