บทสรุปย่อ (Quick Summary)
จำเลยโฆษณาว่าจะสร้างศูนย์การค้าครบวงจรแต่ทำไม่ได้จริง ศาลชี้ “คำโฆษณาและแผนผัง” คือส่วนหนึ่งของสัญญา เมื่อโครงการไม่เสร็จตามกำหนด ผู้ซื้อมีสิทธิหยุดจ่ายเงินและบอกเลิกสัญญาเพื่อรับเงินคืนได้ทันที
ข้อเท็จจริงโดยย่อ
จำเลยประกาศขายอาคารพาณิชย์ โดยชูจุดขายว่าจะสร้างเป็นศูนย์การค้าใหญ่ มีทั้งโรงแรม ตลาด และโรงหนังให้เสร็จใน 1 ปี แต่พอโจทก์จ่ายเงินซื้อไปแล้ว จำเลยกลับสร้างไม่ครบตามที่โฆษณาไว้ โจทก์จึงไม่ยอมจ่ายงวดที่เหลือและขอเงินคืน
ประเด็นที่ศาลวินิจฉัย
- คำโฆษณาเป็นสัญญาหรือไม่? ศาลวินิจฉัยว่า “เป็น” แม้ไม่ระบุในสัญญาหลัก แต่มีในแผนผังแนบท้าย ย่อมผูกพันผู้ขาย
- นำสืบคำโฆษณาได้หรือไม่? ได้ เพราะเป็นการอธิบายรายละเอียดสัญญา ไม่ใช่การแก้ไขสัญญา จึงไม่โดนตัดพยานตาม ป.วิ.พ. มาตรา 94
ความเห็นของศาลและการตีความ
เมื่อจำเลยไม่สร้างสิ่งอำนวยความสะดวกตามที่โฆษณาภายใน 1 ปี ถือเป็นฝ่าย “ผิดสัญญา” โจทก์จึงมีสิทธิใช้หลัก “สัญญาต่างตอบแทน” (ป.พ.พ. มาตรา 369) คือไม่ต้องจ่ายค่าซื้อส่วนที่เหลือ และมีสิทธิบอกเลิกสัญญาเพื่อเรียกเงินทั้งหมดคืนพร้อมดอกเบี้ย (ป.พ.พ. มาตรา 391)
คำแนะนำจากทนายเอ๊กซ์ (Legal Tip)
“จำไว้นะครับ… โบชัวร์หรือแผนผังโครงการ อย่าทิ้ง! เพราะมันคือส่วนหนึ่งของสัญญาตามกฎหมาย หากโครงการเบี้ยว ไม่สร้างตามที่โม้ไว้ เรามีสิทธิเรียกเงินคืนได้ทั้งหมด ไม่ต้องกลัวคำขู่ว่าเราผิดสัญญาที่ไม่จ่ายเงินงวดครับ”